อ่านละคร แก้วกลางดง ตอนที่ 1/2 วันที่ 27 เม.ย. 55

{[['']]}
อ่านละคร แก้วกลางดง ตอนที่ 1/2 วันที่ 27 เม.ย. 55
ช่วงบ่าย...สาทิศขับรถมาส่งอัญชิสาที่หน้าบ้าน
“ขอบคุณนะคะ ที่มาส่ง แหมช่างบังเอิญจริง ๆ รถยายจินนี่มาเสียพอดี ถ้าไม่ได้คุณสาทิศมาส่ง หวานคงต้องนั่งแท็กซี่กลับมาเอง”
“งั้น...จะไม่เลี้ยงกาแฟผมซักแก้วเหรอครับถือเป็นการตอบแทน”
อัญชิสายิ้ม“อยากทำอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ แต่บังเอิญ บ้านหวานไม่มีใครทานกาแฟ”
“คุณหวานนะ...ใจร้าย”
สาทิศไม่ได้ต่อว่าจริงจัง อัญชิสา หัวเราะ มองเห็นโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่ในรถ หยิบขึ้นมากด
“เบอร์นี่คงพอแทนกันได้นะคะ”
อัญชิสา ลงจากรถไป สาทิศมองตาม ยิ้มอย่างพอใจที่เธอรับไมตรี อัญชิสา เดินเข้าบ้าน เจนนี่โทรมาเธอรับกดรับ
“เป็นไงย่ะ เหยื่อกินเบ็ดหรือยัง”
“อย่างฉัน มีเหรอจะพลาด”

ทรงเผ่าเดินถือถุงของเข้ามาที่เต็นท์ ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเคาะเกราะแว่ว ๆ เขามองรอบๆดูบรรยากาศเงียบๆ
“ทำไม วันนี้ทั้งหมู่บ้านถึงดูเงียบจัง”
ทรงเผ่าเห็นเหมือนเงาคนเดินผ่านเตนท์ ได้ยินเสียงกรอบแกรบ รีบหยิบปืนที่เหน็บหลังอยู่อย่างรวดเร็ว พุ่งไปหลบทางข้างเตนท์ ก่อนจะชักปืนเตรียมยิง เล็งไปเต็มที่ปรากฏว่าเป็นฟ้าลั่นที่รีบยกมือ
“เฮ้ย...อย่ายิงนาย ฟ้าลั่นเอง”
ทรงเผ่าถอนหายใจโล่งอก เก็บปืน
“นายมาหาฉันเหรอ”
“ใช่...นาย ตาจั่นให้ฟ้าลั่นมาบอกนายว่า วันนี้จะพาเข้าป่าช้าหน่อย”
“งั้นเหรอ...เกี่ยวกับที่ฉันได้ยินเสียงเกราะหรือเปล่า ในหมู่บ้านมีเรื่องอะไรงั้นเหรอ”
“หัวหน้าหมู่บ้าน เรียกประชุมทุกคนนะ ก็...” ฟ้าลั่นตั้งท่าจะเล่าแล้วนึกได้ ต้องเกาปาก “คันปากจริงๆ แต่ เอาไว้ให้ตาจั่นบอกเองดีกว่า ตาจั่นสั่งมาแค่นี้ ถ้าพูดมากเดี๋ยวเดี๋ยวแกเขกกบาล ไปล่ะนาย”
ฟ้าลั่นวิ่งหายไป
“อ้าว เดี๋ยวซิ!”


ทรงเผ่าได้แต่สงสัย
ทรงเผ่าถ่ายรูปต้นไม้แถวน้ำตกนั้นสองสามรูป เหลือบมองจั่นที่ถือปืนมองไปทั่ว อย่างระวังดูขรึมกว่าเดิม

“วันนี้ดู ตาจั่นเงียบๆ”
“คุณจะได้ทำงาน ผมก็จะได้ฟังเสียงป่า”
“เมียวดีบอกฉันว่าในป่าบนโน้น มีกล้วยไม้ป่าอีกเยอะแยะ ฉันเห็นดอกกล้วยไม้ที่ปักบนมวยผมเมียวดี สวยมาก ทำไมตาจั่นถึงไม่พาฉันเข้าไป”
“ไม่จำเป็นต้องเข้าไปป่าบนหรอก เชื่อผมเถอะ”
“แต่ถ้าฉันจบงานนี้ด้วยช้างเผือก กอโตๆ ฟอร์มสวยๆสมบรูณ์ๆ คงเยี่ยมมาก”
“ดอกไม้มันไม่ไปไหนหรอกคุณ ไว้คราวหลังดีกว่า”
“นี่...อย่าบอกนะพรานป่าฝีมือดีอย่างตาจั่นไม่กล้าที่จะเข้าไป ฉันไม่เชื่อหรอก เพราะเด็กผู้หญิงอย่างเมียวดียังเข้าไปได้”
จั่นมองทรงเผ่า
“อีเมียวมันเป็นลูกพรานป่า โตมากับป่า แต่...คุณหนู เป็นลูกนาย มันอันตรายเกินไป”
“อันตรายยังไง”
จั่นเงียบไม่ตอบ แต่เปลี่ยนเรื่อง
“ตะวันเลยหัวมากแล้ว คุณเร่งมือเถอะ ผมอยากให้ถึงที่พักก่อนตะวันตก”
จั่นตัดบท ทรงเผ่าได้แต่เก็บความสงสัยไว้

จั่นส่งพวกกระเป๋าใส่อุปกรณ์ถ่ายรูป ให้ทรงเผ่า
“ผมว่า ถ้าคุณถ่ายรูปพอแล้ว คุณควรกลับดีกว่า”
“นี่จะไล่ฉันกลับดื้อๆเลยเหรอ”ทรงเผ่างง
“ครับ”
ทรงเผ่าหน้าเหวอ
“เฮ้ย...สั้นๆ แค่นี้เหรอ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ มีอะไรก็พูดกับฉันได้”
จั่นยิ้มๆ
“คุณนะใหญ่แต่ตัว ลูกเมียยังไม่มี เอาไว้ทำพืชทำพันธ์ให้พ่อคุณเสียก่อน ดีกว่า” จั่นเปลี่ยนเรื่อง “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า ผมจะลงไปส่งคุณในเมือง”
จั่น เดินออกไป ทรงเผ่าชักหงุดหงิด
“ลับลมคมในอะไรนัก”
ทรงเผ่าไม่ยอมแพ้ จะเดินตามไป แต่กลับมีเสียงลอยออกมา
“พ่อให้ทำยังไง นายก็ทำแบบนั้นเถอะ อย่าหาเรื่องเลย”
ทรงเผ่าปี๊ดทันทีมองไปข้างใน ก่อนจะเดินมาเปิดเต็นท์เข้ามาเห็นเมียวดีนอนไขว้ขากระดิกเท้าอยู่
“เธอ เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร”
“โอ๊ย...หายใจดังขนาดนี้ แล้วยังไม่ได้ยิน หูหนักแบบนี้ใครเข้ามาหักคอคงไม่รู้”
ทรงเผ่าโมโห
“เธอว่าอะไรนะ”
เมียวดียักไหล่ไม่ตอบ แต่กลับมองไปรอบๆ เห็นข้าวของที่วางอยู่
“ของเยอะ เอามาทำไมตั้งมาก สงสัยพรุ่งนี้ก็ยังเก็บกลับไม่หมดหรอก”
“ใครบอกว่าฉันจะกลับ”
“ก็เราได้ยินเต็มสองหู...”
ทรงเผ่าโมโห เลยหาเรื่องว่าเรื่องอื่น
“นี่เธอเข้ามาค้นของๆฉันใช่มั้ย”
“เราจะค้นทำไมไม่เห็นมีอะไรมีแต่ของกระป๋อง อยู่ป่านะไม่ต้องกลัวอดตาย หรอก อะไรๆก็กินได้ทั้งนั้น...”
ทรงเผ่าโมโหที่เธอเกทับแต่ทำอะไรไม่ได้ เมียวดีเด้งตัวลุกขึ้น
“พ่อบอกว่านายถ่ายรูปลงหนังสือเหรอ คนเมืองก็แปลกนะชอบดูเงา แทนของจริง”
เมียวดีมองไปที่หนังสือ เดินไปเปิดพลิกดูอย่างสนใจ ทรงเผ่ามองแล้วก็รีบบอก
“นี่ ถ้าเธอชอบฉันยกให้ เอาไปเลย มีตั้งหลายเล่ม เอาไปให้หมดก็ได้”
เมียวดีแปลกใจ
“ยกให้เรา! จริงเหรอ”
“ใช่...แต่เธอพาฉันไปป่าบนได้มั้ย เอางี้เดี๋ยวฉันจะแถมเงินให้ด้วย เธออยากได้เท่าไหร่”
“เราอยู่ป่าไม่มีเงินก็ไม่อดตายหรอก ในเมื่อพ่อยังไม่พานายไป เรื่องอะไรเราจะพาไป แล้วก็ไม่ต้องถามต่ออีก ว่าทำไม ถ้าพ่ออยากให้รู้ คงบอกนายไปแล้ว”
เมียวดีโยนหนังสือคืนให้อย่างไม่แยแส ก่อนจะเดินออกไป ทรงเผ่าหงุดหงิด
“อะไรก็ไม่ได้ ไม่บอก ฮึ...ทั้งหมู่บ้านไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวหรอก”

ค่ำนั้น ฟ้าลั่นเดินมาตามทางเดินในหมู่บ้านแล้วก็ชะงักเมื่อ เห็นขวดใส่เหล้าที่เป็นขวดสแตนเลสแบนๆที่ใช้แบ่งใส่เวลาออกป่าตกอยู่ที่พื้น ฟ้าลั่นมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร
“ของมันอยู่กับพื้น ก็แปลว่าไม่มีเจ้าของ เมื่อฟ้าลั่นเจอมันก็เป็นของฟ้าลั่นเน้อ”
ฟ้าหลั่นหยิบมา เปิดฝาดมกลิ่นดู พอได้กลิ่นก็ตาวาว ทรงเผ่าที่แอบดูอยู่ยิ้มที่เป็นไปตามแผน ฟ้าลั่นเปิดขวดดื่มแล้วเช็ดปากกับเสื้อหน้าเหยเก ทรงเผ่าโผล่มาถาม
“เป็นไง”
ฟ้าลั่นสะดุ้ง
“นาย!...คือ มันตกอยู่ ฟ้าลั่นไม่ได้ลักมาน่า”
ทรงเผ่ายิ้มๆ
“ฉันทำหล่นเอง ไม่ใช่ความผิดนาย ไง...แรงไปเหรอ”
“จืดเหมือนน้ำเลยนาย”
ทรงเผ่าหน้าตื่น
“เฮ้ย...นี่ยังไม่แรงอีกเหรอ”
“ฮือ...สู้ที่ฟ้าลั่นต้มเองไม่ได้ กินแล้วมันวูบถึงท้อง จุดไฟติดเลยล่ะนาย”
“งั้นเหรอ เสียดายจังนะ ฉันว่าจะชวนนายไปดื่มเป็นเพื่อนอยู่พอดี แต่เหล้าฝรั่งมันอ่อนไปสำหรับนาย ก็ไม่เป็นไร ของแบบนี้ไม่ฝืนใจกัน”
ฟ้าลั่นตาวาว ทรงเผ่าแกล้งเดินไปเพื่อดูท่าที
“เดี๋ยวนาย...เพื่อนาย ฟ้าลั่นจะฝืนกินดูเป็นเพื่อนนายก็แล้วกัน...แต่นิดเดียวนะ”
ทรงเผ่ายิ้ม พอใจเข้าแผน

ฟ้าลั่นเมาได้ที่คุยโว ทรงเผ่าคอยหลอกล่อให้ฟ้าลั่นพูด
“โอ๊ย...อันตรายอะไรกัน กะอีแค่ไอ้ลายเท่านั้นแหละนาย”
ทรงเผ่าแปลกใจ
“เสือนะเหรอ”
“ฮือ...นั้นแหละ ไอ้อินมันไปเก็บหน่อไม้ที่ป่าบน เจอไอ้ลายไล่งับ เห็นเค้าว่ามันมาจากฝั่งโน้น”
ทรงเผ่าอึ้งไปนิดเพิ่งจะเข้าใจ
“เรื่องนี้ใช่มั้ย ที่เรียกประชุมกันทั้งหมู่บ้าน แล้วตาจั่นก็เร่งให้ฉันกลับนัก”
“คงงั้นแหละ แกเป็นห่วงนาย เพราะธรรมดาแล้วไอ้ลายมันไม่ค่อยมาป้วนเบี้ยนหรอก มันอยู่ในป่าลึกโน้น โอ๊ย...นี่ถ้าเป็นฟ้าลั่นนะ ฟ้าลั่นจะเอาหอกปักให้ตรงหน้าอกมัน แค่นี้ก็เสร็จแล้ว”
“ฟ้าลั่นเคยสู้กับมันมาแล้วเหรอ”
“ยัง!...แต่พ่อเคยสอน คงไม่อยากหรอก ฟ้าลั่นก็เป็นลูกพรานเหมือนกัน ไม่ใช่แต่อีเมียว”
“ไอ้ขี้โม้” เมียวดีเดินเข้ามา “เจอแค่รอยตีนเอ็งก็วิ่งหางจุกตูด แล้วไอ้หมาลั่น”
ฟ้าลั่นลุกขึ้นยืนทั้ง ๆที่โงนเงน
“นังกระแตปากตำแย เอ็งก็ไม่เคยเจอเหมือนกันล่ะ หน่อยๆทำเป็นเก่ง ดีแต่เห่าเหมือนกันละว๊า โฮ่งๆ”
ฟ้าลั่นทำเสียงเห่ายั่ว เมียวดีโมโห กระโดด เข้าข่วนหน้า
“โอ๊ย...อีนี่ เตะตายชักเลย”
ฟ้าลั่นเหวี่ยงมือผิดมือถูก เพราะเมา เมียวดีกระโดดเข้ากัดหู ฟ้าลั่นร้องลั่น
“โอ๊ย...อีหมาบ้า ปล่อยนะ”
ทรงเผ่าส่ายหัวเข้าไปห้าม ดึงเมียวดีออกมา
“พอแล้ว เลิกๆกันได้แล้ว”
ทรงเผ่าเอาแขนรัดเมียวดีไว้เพื่อดึงแยกออกมา เมียวดีกัดเข้าที่แขนทรงเผ่า
“โอ๊ย...เธอนี่มันหมาบ้าอย่างฟ้าลั่นว่าจริงๆ”
เมียวสะบัดหลุด ออกมายืนถ่มน้ำลายใส่ทั้งสองคน ทรงเผ่ารีบยกมือบัง
“เฮ้ย!”
เมียวดีได้จังหวะวิ่งหนีไปแต่ก็ยังหันมาด่า
“กลับบ้านนายไปได้แล้ว ไป๊...เอ็งด้วยไอ้หมาลั่น ปากมาก เล่าโน้นเล่านี่ให้คนอื่นฟัง สักวันข้าจะฉีกปากเอ็งให้ถึงหู”
ทรงเผ่าถึงกับส่ายหน้ากับความปากจัดของเมียวดี
“ดูมันซินาย” ฟ้าลั่นตะโกนด่าตอบ “อีนังกระแตปากตำแย”
ทันใดนั้นท่อนไม้เล็กๆถูกขว้างเข้ามาในวง สองคนหลบกระเจิงกันไปคนละทาง

วันใหม่...ฟ้าลั่นนอนกรนสนั่นหวั่นไหว เท้าใครคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดที่เขาใช้ ปลายปืนลูกซองเขี่ย ฟ้าลั่นปัดออกอย่างรำคาญ
“อย่ายุ่ง เดี๋ยวพ่อตบ”
ฟ้าลั่นหลับต่อ จั่นมอง เห็นขวดน้ำวางอยู่ หยิบเอามาเทใส่หน้า ฟ้าลั่นสะดุ้งตื่น ลุกขึ้น
“เฮ้ย!...น้าจั่น”
“เออ ข้าเอง...ไอ้ฟ้าลั่น นายอยู่ไหน”
“ก็นอนอยู่นั้นไงล่ะ น้า...”
ฟ้าลั่นชะงักมองไปที่เตียงสนามของทรงเผ่าปรากฏว่าว่างเปล่า เขากวาดตามองไปรอบๆ ก็ไม่มี จั่นหนักใจ

ทรงเผ่าทั้งแบกปืน ทั้งกล้องถ่ายรูป เต็มอัตรา เดินเข้ามาในป่าเหงื่อโทรมกาย แวะหยุดกินน้ำในกระติกที่พกติดตัวมา คอยมองรอบๆตัว อย่างไม่ประมาท ก่อนจะเดินต่อ ทรงเผ่าใช้กล้องส่องทางไกลเห็นช้างเผือกช่อใหญ่ ขึ้นอยู่บนต้นไม้ข้างหน้า เขาดีใจ รีบเดินต่อ
ขณะเดียวกันนั้น เขามีความรู้สึกเหมือนมีใครซุ่มมองจากพุ่มไม้ก็ชะงักแล้วรีบเร่งฝีเท้าขึ้นเรื่อย พร้อมกระชับปืน จากเดินเป็นวิ่ง ก่อนจะสะดุดหินล้มลง ปืนหลุดจากตัว ทันใดนั้นเหมือนมีบางอย่างพุ่งเข้ามาหา เขาตกใจหลับตาแน่นตามสัญชาตญาณคิดว่าโดดแน่ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเปิดตาเงยดูเห็นเป็นจั่นยืนอยู่พร้อมปืน
“คุณหนีออกมาคนเดียวแบบนี้ ไม่ดีเลยนะ”
ทรงเผ่าค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก

ทรงเผ่าถ่ายรูปกล้วยไม้เสร็จเก็บกล้อง
“เห็นมั้ย แค่นี้งานฉันก็เรียบร้อย”
จั่นส่ายหน้า
“คุณนี้ดื้อไม่หาย...”
ทรงเผ่ายักไหล่
“ก็ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว อย่าลืมซิ ฉันก็เป็นลูกศิษย์ ตาจั่นเหมือนกัน” เขาชูปืนให้ดู “ตอนเรียนเมืองนอก ฉันได้เหรียญทองยิงปืนนะ ถ้าไอ้ลายมาฉันจัดการได้อยู่แล้ว”
ตาจั่นยิ้ม บอกนิ่งๆ
“ยิงเป้ามันง่าย มองแวบเดียว หลับสองตายังยิงถูกเลย แต่ยิงสัตว์มันไม่เหมือนกันหรอกครับ ไหนจะภูมิประเทศ แล้วต้องรู้จักสัญชาตญาณสัตว์”
“งั้นเดี๋ยวเจอ ฉันจะยิงให้ดู”
“โบราณบอกว่า เข้าป่าอย่าถามถึงเสือ เสร็จแล้ว งั้นก็กลับเถอะคุณ วันนี้ป่ามันเงียบเกินไป”
จั่นดูบรรยากาศรอบๆ เห็นแปลกๆ
“ป่าก็เหมือนเดิม...อีกหน่อยน่า ไหนๆก็มาแล้ว”
ทรงเผ่าเดินนำเข้าไปทันที จั่นส่ายหน้า ฉับพลันทรงเผ่าก็เห็นเหมือนพุ่มไม้เคลื่อนไหว จั่นร้องห้าม
“อย่า คุณ !”
แต่ไม่ทันแล้ว ทรงเผ่าประทับปืนยิงเข้าไปทันที
“เปี้ยง!”
เสือลายตัวใหญ่กระโจนออกมาจากพุ่มไม้ ยืนจังก้าต่อหน้าคำรามน่ากลัว
“โฮก”
“ถอย...คุณ”
จั่นตัดสินใจกระแทกทรงเผ่าออกไปอย่างแรง เสือผ่านตัวไปนิดเดียว ทรงเผ่าล้มกลิ้งลงไปตามทางลาด กลิ้งไปเรื่อยๆ ชนโน้นนี้ จั่นหันหลับมายกปืนขึ้นเล็งประจั่นหน้า เสือพุ่งเข้าใส่เสียงคำรามดังลั่น จั่นตกใจ
“ปัง!”
เสียงปืนดังก้องไปทั้งป่า ทรงเผ่ามาชนหยุดที่ต้นไม้ใหญ่พอดี

ทรงเผ่าเกาะพื้น พยุงตัวขึ้นมาจากทางลาดมองหา
“ตาจั่น...ตาจั่น”
เงียบไม่มีเสียงตอบ ทรงเผ่าตะโกนอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงเบาๆ
“คุณ....เป็นไง”
ทรงเผ่ามองหาต้นเสียง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นจั่นนอนซุกตัวอยู่ข้างก้อนหิน พยายามลุกขึ้นแต่ไม่สำเร็จ เลือดชุ่มทั่วตัว
“ตาจั่น”
เขารีบเข้าไปประคอง
“คุณ ไม่เป็นไรนะ เจ็บตรงไหนมั้ย”
“ฉันไม่เป็นไร...” ทรงเผ่ารู้สึกเสียใจที่จั่นยังห่วงเขามากกว่าตัวเอง “นี่ถ้าฉันไม่ดื้อ”
“คุณดื้อเสมอ ตั้งแต่เด็ก...”
จั่นเลือดทะลักออกมา
“ฉันเสียใจ ตาจั่น”
“แต่ผมไม่เสียใจ เพราะคุณปลอดภัย”
ทรงเผ่ารู้สึกจุกจนเกือบร้องไห้
“ฉันสัญญา ฉันจะเอาตัวมันมาให้ได้”
“อย่า!”
จั่นชี้ไป เห็นรอยเลือดเป็นทาง หยดอยู่ตามใบไม้เข้าไปในป่า
“เมือง เป็นถิ่นของคุณ ป่าเป็นถิ่นของมัน เสือลำบากจะร้ายขึ้นหลายเท่านัก แต่...ก็ทิ้งไว้ไม่ได้ บอกให้เมียวดีจัดการ”
“อย่าเพิ่งพูดมากเลย ฉันจะพาตาจั่นไปหาหมอ”
“เห็นจะไม่มีทาง ไม่ถึงแน่”
ทรงเผ่าไม่ฟังเสียงแบกจั่นขึ้นหลัง
“เสียแรงเปล่าๆ”
ทรงเผ่าไม่ฟังแบกเดินออกไป

ทรงเผ่าแบกจั่นเดินโซเซมาเลียบๆน้ำเขาหมดแรงแทบจะล้ม
“ทิ้งตาจั่นไว้ที่นี่เถอะคุณหนู เลียบหนองน้ำนี้ไป อีกพักก็พ้นแล้ว”
“ลืมไปแล้วเหรอ ตาจั่นเคยสอนฉันเอง กฎของป่า 1 ต้องไม่โกหก 2 ไม่ทอดทิ้งเพื่อนในยามยาก”
จั่นยิ้มทั้ง ๆ ที่อ่อนแรง
“ฉันจะไม่ทิ้งตาจั่นเด็ดขาด”
“งั้นก็ระวังนะคุณ เผื่อยังไงก็ฝากนังเมียวดีด้วย”
“ตาจั่นไม่เป็นอะไรหรอก อีกพักเดียวก็จะถึงแล้ว อดทนอีกหน่อยนะ”
ทรงเผ่ากัดฟันเดินต่อไปเหงื่อไหลเข้าตา แต่เขาก็ไม่สน จั่นที่อยู่บนหลังทรงเผ่าค่อยๆ ตาปิดลงอย่างสงบ

อ่านละคร แก้วกลางดง ตอนที่ 1/2 วันที่ 27 เม.ย. 55
ติดตามละคร แก้วกลางดง ได้ทุกวัน จันทร์ - อาทิตย์ เวลา 7.30 ,10.30 ,20.00 และ 23.00 ทาง ช่อง 8
ละคร แก้วกลางดง ประพันธ์ โดย ทมยันตี
ละคร แก้วกลางดง บทโทรทัศน์โดย ธนินทร อุชุภาพ
ที่มา manager.co.th
Share this game :

No comments:

Post a Comment

 

Copyright ©2011- 2013 เรื่องย่อละคร ดูละครย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ 3,5,7,8,9,tpbs ดูละคร, ละครย้อนหลัง, ซิทคอม, รายการ